ตอนที่แล้วChapter 48 : หน้ากากกันแก๊ส – อุปกรณ์ตกปลา – แผนที่อีกหนึ่งแผ่น
ทั้งหมดรายชื่อตอน

Digging to Survive: I Can See Hints - ยอดนักขุด

Chapter 49 : มีคนมาถึงก่อนไคลน์?


“สงสัยจริงๆว่าแก๊สพิษพวกนี้กลิ่นเป็นยังไง”

ไคลน์อดที่จะพึมพำออกมาท่ามกลางหมอกพิษไม่ได้

แก๊สพิษสีขาวขุ่นพวกนี้บดบังทัศนวิสัยของเขาส่วนใหญ่ไป การมองเห็นของเขาในตอนนี้ไม่สูงมากนักดังนั้นเขาจึงมองสภาพแวดล้อมของทั้งสุสานได้ไม่ชัดเจนนัก

ไคลน์ค่อยๆล่อนลงบนพื้นอย่างช้าๆ

ตามหาหีบสมบัติทองแดงก่อนแล้วกัน

ไคลน์เดินตรงไปเป็นลำดับแรก

หลังจากเดินมาได้ราวๆยี่สิบเมตรเขาก็ชนเข้ากับผนัง

บนพื้นมีพืชเติบโตอยู่จำนวนหนึ่งซึ่งล้วนเป็นพืชที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนทั้งนั้น

ไคลน์ย่อตัวลงเพื่อตรวจสอบพวกมัน

พืชเหล่านี้มีอยู่ด้วยกันทั้งหมดสามชนิด

ชนิดแลกคือใบหญ้าที่มีจุดๆสีขาวขุ่นขึ้นอยู่บนต้น

ชนิดที่สองดูเหมือนกับแขนที่ถูกดอกไม้สูบพลังจนแห้งเหี่ยวคล้ายกับกระดูกเหี่ยวๆท่อนหนึ่ง

ชนิดที่สามมีสีแดงและห้อยหัวลงกับพื้น

ไคลน์ไม่กล้าแตะพวกมันจริงๆ

พวกมันสามารถเติบโตขึ้นมาได้ทั้งๆที่ในสุสานเต็มไปด้วยแก๊สพิษก็หมายความว่าพวกมันจะต้องมีพิษแน่นอน

ไคลน์จัดการสวมใส่ถุงมือหนังทั่วไป

พิมพ์เขียวที่เขาใช้เนื้องูความยาวเท่าแขนแลกมาสามารถสร้างของสวมใส่ใดๆก็ได้โดยใช้หนังสัตว์

[อย่าแตะจะดีที่สุด พืชชนิดนี้จะทำให้ผิวหนังของท่านเป็นผื่นคัน]

[จงระวัง! บนผิวหน้าของพืชชนิดนี้มีพิษร้ายแรงและจะทำให้ท่านคันคะเยอ]

[อย่าปล่อยให้พืชชนิดนี้ไปโดนแผลของท่านไม่อย่างนั้นแผลของท่านจะเน่าเปื่อย]

แจ้งเตือนปรากฏขึ้นมาบนพืชทั้งสามชนิดทีละอย่างๆ

ในหน้าต่างแจ้งเตือนปรากฏรายละเอียดของพืชทั้งสามทีละชนิดๆเช่นกัน

[แจ้งเตือนจากระบบ : หญ้าพิษลายจุด +12]

[แจ้งเตือนจากระบบ : ดอกกระดูกขาว +10]

[แจ้งเตือนจากระบบ : หญ้าเปื้อนเลือด +9]

ทั้งหมดถูกเก็บไปตามปกติ

ไคลน์มองไปรอบๆอีกครั้งแต่ก็ไม่เห็นพืชชนิดใดอีกแต่กลับพบวัตถุดิบจำนวนหนึ่งบนพื้นแทน

เขายังคงออกตามหาหีบสมบัติทองแดงต่อไป

หลังจากวนอยู่รอบๆสุสานซักพักในที่สุดเขาก็เห็นเค้าโครงของหีบสมบัติทองแดงวางอยู่ตรงมุมๆหนึ่ง

คำใบ้สีทองเด้งขึ้นมาว่ามีพิษฉาบอยู่บนผิวของกล่องสมบัติ!

‘ดูเหมือนถ้าอยู่นานๆเข้าตัวเราเองก็คงโดนแก๊สพิษปนเปื้อนเหมือนกัน’

ไคลน์รู้ดีว่าเขาต้องลงมือให้เร็วที่สุด

ไม่อย่างนั้นแล้วผิวและเส้นผมหรือเส้นขนของทั้งเขาและจิ้งจอกน้อยจะต้องปนเปื้อนแก๊สพิษแน่ๆ

ปริมาณของพิษอาจจะไม่มากนักแต่ก็อาจจะทำให้คันในระดับหนึ่ง

ไคลน์สวมถุงมือและเดินเข้าไปเปิดหีบ

[แจ้งเตือนจากระบบ : หีบสมบัติทองแดง +1]

[แจ้งเตือนจากระบบ : พิมพ์เขียวโพชั่นโครงกระดูกชั้นยอด +1]

[แจ้งเตือนจากระบบ : พิมพ์เขียวยาแก้พิษชั้นยอด +1]

[แจ้งเตือนจากระบบ : รูนลม +1]

ทั้งสองอย่างล้วนเป็นพิมพ์เขียวสำหรับสร้างโพชั่นทั้งคู่!

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดโพชั่นโครงกระดูกน่าจะเป็นยาพิษขณะที่ยาแก้พิษก็คือขั้วตรงกันข้าม

[พิมพ์เขียวโพชั่นโครงกระดูกชั้นยอด : สำหรับสิ่งมีชีวิตที่ปราศจากความต้านทานพิษแล้วนี่คือไอเทมที่ต้องมีถ้าต้องการเอาชีวิตพวกมัน]

[พิมพ์เขียวยาแก้พิษชั้นยอด : สามารถล้างอาการติดพิษทั่วๆไปได้ ส่งผลเร็วมาก]

เรียนรู้ให้หมด!

เมื่อเสร็จสิ้นไคลน์ก็หยิบพลั่วขึ้นมาและเดินหาจุดเหมาะซักจุด เขาตรงไปยังกำแพงทางด้านซ้ายและเริ่มทำการขุด

ในขณะที่เขาขุดไปเขาก็มองไปที่วัตถุดิบที่ใช้สร้างยาทั้งสองชนิดด้วย

[โพชั่นโครงกระดูกชั้นยอด : หญ้าพิษลายจุด 12/3 , ดอกกระดูกขาว 10/2 , หญ้าเปื้อนเลือด 9/2 , น้ำ 8200/100มิลลิลิตร , ไฟ]

[ยาแก้พิษชั้นยอด : หญ้าล่องเหมันต์ 33/6 , ผลไม้หวาน 0/1 , หญ้าม้วน 0/5 , ไฟ]

วัตถุดิบสำหรับสร้างโพชั่นโครงกระดูกเขามีมากพอแต่ยาแก้พิษเขามีเพียงแค่หญ้าล่องเหมันต์เท่านั้น

แน่นอนว่าเรื่องผลไม้หวานไม่จำเป็นต้องกังวลเพราะในอนาคตเขาจะมีพวกมันแบบไม่จำกัดเลย

แต่จนถึงตอนนี้เขายังไม่เคยเห็นหญ้าม้วนมาก่อนเลยดังนั้นเขาจึงสงสัยเหลือเกินว่ามีใครวางขายมันเอาไว้ในตลาดแลกเปลี่ยนบ้างหรือเปล่า

เพื่อให้ออกไปจากสุสานให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ไคลน์จึงขุดให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้

ในเวลาเพียงไม่ถึงครึ่งนาทีไคลน์ก็ขุดมาจนถึงชั้นหลุมดำแล้ว

ไคลน์เริ่มจากการใช้ดินปิดทางผ่านด้านหลังเอาไว้ก่อนเพื่อไม่ให้แก๊สพิษตามมาได้

ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปยังหลุมดำเขาจำเป็นต้องต้องเช็คสถานการณ์ของสุสานทางด้านซ้ายให้ดีเสียก่อน

แค่เพราะแผนที่ไม่มีสัญลักษณ์แสดงว่ามีอันตรายก็ใช่ว่ามันจะไม่มีอันตรายใดๆซักหน่อย

[มีคนมาถึงสุสานทางด้านซ้ายนี้ก่อนท่าน ยังไงก็ตามอีกฝ่ายหนึ่งกำลังเผชิญกับแมงมุมแวมไพร์เจ้าปัญหาและถูกมันจับแขวนเอาไว้ในฐานะของอาหารสำรองของแมงมุมแวมไพร์แล้ว จงหลีกเลี่ยงการลอบโจมตีของแมงมุมแวมไพร์และหั่นมันเป็นชิ้นๆด้วยมือของท่านเพื่อแสดงความเป็นลูกผู้ชาย บางทีท่านอาจจะชนะใจหญิงสาวก็เป็นได้]

สุสานด้านหน้าไม่เพียงแต่มีสิ่งมีชีวิตแห่งสุสานเท่านั้นแต่ยังมีคนมาถึงก่อนเขาด้วย

ไคลน์ขมวดคิ้วเล็กน้อย

‘ผู้หญิงหรอ?’

‘รอให้ตายไปก่อนแล้วค่อยเข้าไปดีไหม?’

ไคลน์กังวลว่าอาจจะมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นดังนั้นเขาจึงลังเลอยู่ซักพักก่อนที่จะตัดสินใจเข้าไปตอนนี้เลย

แต่ก่อนที่จะเข้าไปเขาต้องดูข้อมูลของแมงมุมแวมไพร์เสียก่อน

เขาเปิดเมนูคู่มือขึ้นมาและเริ่มค้นหาชื่อของมัน

ไม่นานนักผลลัพธ์ก็ปรากฏ

[แมงมุมแวมไพร์คือสิ่งมีชีวิตแห่งสุสานที่ชอบดื่มเลือดสดๆ มันมีใบหน้าคล้ายกับค้างคาวและชอบลอบโจมตีสิ่งมีชีวิตอื่น ตามปกติแล้วมันมักจะซ่อนตัวอยู่ในจุดที่ไม่มีใครสังเกตเห็นเพื่อทำการลอบจู่โจมศัตรู ผิวหนังชั้นนอกบนร่างกายของมันก็เปรียบดั่งชุดเกราะของมัน]

[สกิล : โลหิตเพลิงผลาญฟื้นฟูพลังชีวิต]

[จุดอ่อน : ดวงตาค่อนข้างอ่อนไหวต่อแสงสว่างเจิดจ้า]

[ระดับความอันตราย : 28]

เขาตรวจสอบสกิลของมันต่อ

[โลหิตเพลิงผลาญฟื้นฟูพลังชีวิต : เผาผลาญเลือดในกายของตัวเองเพื่อฟื้นฟูอาการบาดเจ็บได้อย่างรวดเร็ว คูลดาวร์ – 60นาที]

ไคลน์หยิบเอาตะเกียงรูนออกมาแบบเงียบๆและเข้าสู่สภาวะตั้งใจ

ถ้าเขาไม่สามารถจัดการมันได้เขาก็จะใช้ตะเกียงรูนนี่ช่วย

แต่ถ้าเขาจัดการมันได้ตะเกียงรูนนี่ก็ไม่จำเป็น

นี่เขาเรียกว่าการเตรียมพร้อม ยังไงเสียระมัดระวังไว้ก่อนก็ดีกว่า!

“จิ้งจอกน้อยไปกัน” ไคลน์กล่าวและเดินนำเข้าไปสู่ชั้นหลุมดำ

ฉากเบื้องหน้าของไคลน์แปรเปลี่ยนไป

สุสานแห่งที่สามสิบห้า!

ไคลน์กระชับหน้าไม้รูนเอาไว้ในมือซ้ายและมีดรูนเอาไว้ในมือขวา

เขาตรวจสอบสภาพแวดล้อมโดยรอบด้วยความระมัดระวัง

ในสุสานแห่งนี้มีเสาหินตั้งอยู่มากมายแต่ไคลน์ก็ยังไม่พบตัวของแมงมุมแวมไพร์

น่าจะซ่อนตัวอยู่แน่นอน

ไม่ไกลนักบนเสาหินต้นหนึ่งมีรังไหมสองรังถูกห้อยเอาไว้

พวกเขามองลงมาผ่านรังไหมและส่งเสียงอู้อี้ออกมา ไม่รู้จริงๆว่าพวกเขากำลังขอให้ช่วยหรือเตือนให้ไคลน์ระวังตัวกันแน่

คะแนน 4.5
กรุณารอสักครู่...