ตอนที่แล้วChapter 14 - อ่านฟรี
ทั้งหมดรายชื่อตอน

I’m Not Interested In The Main Characters

Chapter 15 - อ่านฟรี


Chapter 15

I’m Not Interested In The Main Characters

เอลิเซียพาไรอันลงมาชั้นล่างและพบว่าน้องสาวของเขาผล็อยหลับไป

ไรอันถอนหายใจด้วยความโล่งอก หลังจากที่แน่ใจว่าเธอปลอดภัยดี

“….?”

เอลิเซียที่กำลังยืนดูไรอันจ้องมองน้องสาวของตัวเองอยู่ ก็พลันรู้สึกขึ้นมาได้ว่าเวทมนตร์ที่เธอร่ายเอาไว้ที่หน้าประตูกำลังถูกใครบางคนทำลายลง

เมื่อนึกถึงตอนที่เพิ่งมาถึงที่นี่ เธอจำได้ว่ามีใครบางคนกำลังสะกดรอยตามเธออยู่

เธอกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก

ใครกันนะที่สามารถทำลายเวทมนตร์ของเธอได้?

เธอเหลือบมองไปรอบๆ ห้อง พลางคิดว่าต้องรีบออกไปก่อนที่ใครคนนั้นจะสามารถเข้ามาในบ้านได้ เธอจึงรีบมุ่งหน้าไปยังประตูบ้าน

“…!”

“กลิ่นคาวเลือด…”

มันคือแคสเซียนที่เปิดประตูเข้ามาในที่แห่งนี้ท่ามกลางค่ำคืนที่หนาวเหน็บ

เขามองไปที่เอลิเซียก่อนหันมองไปรอบๆ บ้าน จากนั้นเขาจึงกวักมือเรียกลอยด์เข้ามา

ลอยด์เดินตรงเข้าไปหาเขาตามคำสั่งและพูดบางอย่าง

“อัศวินของเราแค่เพียงคนเดียวก็จัดการได้แล้ว” แคสเซียนตอบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“จัดการให้เสร็จภายในวันนี้”

ถึงแม้พวกเขาจะพูดคุยกันอย่างเงียบๆ แต่เอลิเซียก็อดไม่ได้ที่จะฟังบทสนทนาเหล่านั้น

ตามคาด คนที่สะกดรอยตามเธอคือคนที่แคสเซียนส่งมา ซึ่งเหตุผลที่ส่งคนคอยตามเธอรวมถึงการที่เขามาด้วยตัวเองในที่ห่างไกลขนาดนี้ อาจจะเป็นเพราะเขาคิดว่าเธอเที่ยวไปดื่มเลือดคนอื่นหรือเปล่า? นี่มันดูเหมือนเขากำลังล้ำเส้นอยู่ไหมนะ

“เฮ้อ— ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่ แต่สิ่งที่คุณคิดมัน….”

“คุณไม่จำเป็นต้องอธิบาย ผมไม่ได้เข้าใจอะไรผิด”

แคสเซียนพูดตัดบทเธอ แต่สายตากลับจับจ้องไปที่ไรอัน

เสื้อเชิ้ตที่หลุดรุ่ยและรอยแผลที่หลังคอของเขา

ดวงตาสีม่วงจ้องมองไรอันอย่างเย็นชา

แค่ได้รับการรายงานจากเหล่าอัศวินก็เพียงพอที่จะไม่ต้องการคำอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น

“ต่อให้คุณจะรู้เรื่องราวอยู่แล้ว แต่คุณก็ยังมาที่นี่ เพราะคุณไม่เชื่อใจฉันใช่ไหม?”

เอลิเซียถามด้วยความไม่พอใจ

แน่นอน เธอได้เคยยืนยันกับเขาไปแล้วว่าเธอจะไม่ก่อปัญหาใดใด

แคสเซียนละสายตาจากไรอันแล้วมองไปที่เธอ

“ไม่ใช่แบบนั้น ผมเชื่อทุกคำที่คุณพูด”

‘คุณพูดได้หน้าตาเฉย ร้ายกาจที่สุด’

เอลิเซียคิด

การปะทะคารมกับเขาทำให้หยาดเหงื่อของเธอผุดขึ้นที่หน้าผาก เมื่อแคสเซียนเห็นดังนั้น เขาขมวดคิ้วแล้วเดินเข้าไปหาเธอใกล้ขึ้น เมื่อเห็นเอลิเซียดูเหมือนจะเริ่มมีสภาพที่ย่ำแย่ลง เขาจึงรีบอุ้มเธอขึ้น

แคสเซียนเพิกเฉยต่อเอลิเซียที่กำลังขอร้องให้วางเธอลง เขาเป่าเวทมนตร์เข้าไปยังแหวนที่เธอสวมอยู่ พลันรอบข้างก็เปลี่ยนไป เธอรู้สึกวิงเวียนศีรษะ จึงรีบยกมือขึ้นมาปิดปาก

“ฮึกกก”

เลือดสีแดงเลอะฝ่ามือของเธอ

แคสเซียนค่อยๆ วางเธอลงบนเตียงในห้องนอนของเขาและใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดปากให้

“ยาแก้พิษอยู่ที่ไหน?”

เอลิเซียส่ายหัวเบาๆ

แคสเซียนแสดงสีหน้าไม่พอใจเป็นอย่างมาก

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอยากกลับบ้าน”

“อยากไปสภาพนี้เหรอ?”

“ก็มันไม่มีทางเลือกนี่คะ”

“ถ้าได้ดื่มเลือดล่ะ?”

เอลิเซียรู้สึกตกใจเล็กน้อยจากข้อเสนอที่น่าสะพรึงของแคสเซียน

ถ้าเธอได้ดื่มเลือด ร่างกายของเธอก็จะเร่งการฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้น เธอจะมีสภาพที่ดีขึ้นกว่าตอนนี้มาก

แคสเซียนยังคงยืนยันข้อเสนอของเขาอีกครั้ง หลังเห็นว่าเอลิเซียมีทีท่าลังเล

เขานั่งลงข้างๆ เธอแล้วเริ่มปลดกระดุมเสื้อตัวเอง

“เดี๋ยวค่ะ!”

เอลิเซียจับมือของเขาที่กำลังปลดเม็ดกระดุม

ถึงแคสเซียนจะรู้ว่าเธอเป็นแวมไพร์ แต่มันก็อดลังเลไม่ได้ ตอนที่เธอพบเขาครั้งแรกเธอรู้สึกสับสน แต่ตอนนี้มันต่างออกไป

“อึ้กก..” เอลิเซียคร่ำครวญเมื่อเธอสำรอกเลือดออกมาอีกครั้ง

แคสเซียนลุกขึ้นเข้าไปใกล้เธอแล้วเช็ดทำความสะอาดให้

‘ฉันอดทนไม่ไหวแน่ๆ’

เสียงขบขันดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ดูไม่เข้ากัน เขากำลังเช็ดทำความสะอาดเอลิเซียด้วยผ้าเช็ดหน้า และเช็ดเลือดที่เหลือบนริมฝีปากของเธอด้วยปลายนิ้วเรียว

ขณะที่แคสเซียนกำลังดึงมือออก เอลิเซียไม่อาจต้านทานต่อแรงดึงดูดจากร่างกายของเขาที่อยู่ตรงหน้าได้

เธอจับที่ปลายนิ้วของแคสเซียน

“…?”

“เอ่อ ยังไงก็ขอบคุณนะคะ”

เธอรู้สึกร้อนผ่าวจากการกล่าวขอบคุณขณะที่มือยังคงจับนิ้วของเขาอยู่ อันที่จริง ถ้าเธอกัดที่ท้ายทอย เธอจะดื่มเลือดได้มากกว่า แต่เธอไม่สามารถทำได้

กึ้ก!  นิ้วของเขาถูกกัดเข้าอย่างแรง จากนั้นวัตถุปลายแหลมคมก็ทะลุเข้าผิวหนังและสร้างบาดแผลไว้

แคสเซียนยกมือขึ้นปิดใบหน้า

เขายืนอยู่ข้างเตียงและเห็นเอลิเซียกำลังดื่มเลือดของตัวเอง การกัดของเธอสามารถกระตุ้นความรู้สึกของเขาได้มากประมาณหนึ่ง

“อืมม”

ในวันเดียวกัน เธอได้ดื่มทั้งเลือดของไรอันและเลือดของแคสเซียน ดังนั้น เธอจึงสามารถสัมผัสถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจน เลือดของแคสเซียน ไม่สามารถบรรยายคำไหนออกมาได้นอกจากคำว่า อร่อย

หลังจากที่เธอได้ลิ้มรสเลือดของเขาแล้ว เธอก็แอบเป็นกังวลว่า หากเป็นเช่นนี้ เธอจะสามารถดื่มเลือดคนอื่นๆ ได้อย่างไรในอนาคต

เอลิเซียยกริมฝีปากออกและเลียเลือดที่หลงเหลืออยู่บนนิ้วของแคสเซียน

มันควรจะพอแต่เพียงเท่านี้

แต่เอลิเซียรู้สึกว่ายังไม่พอ เธอคว้ามือแคสเซียนและวางริมฝีปากบนข้อมือของเขา

เธอเงยหน้ามองแคสเซียนด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าเธอสบายใจ

พลันทั้งคู่สบตากัน เอลิเซียก็ทิ้งตัวพิงเขาอย่างหมดแรง

“ฟู่ววว…”

แคสเซียนถอนหายใจยาวแล้ววางเอลิเซียลงบนเตียง

เขาเห็นว่าเธออยู่ในอาการกึ่งหลับกึ่งตื่น เขาจึงยกมือขึ้นปิดตาเธออย่างอ่อนโยน

“นอนพักสักหน่อยนะ ผมจะอยู่ข้างๆ คุณเอง”

เธอกระพริบตาสองสามครั้ง ขนตาของเธอยาวมากมันจึงแตะโดนฝ่ามือของเขา จากนั้นไม่นานเธอก็ผล็อยหลับไป แคสเซียนหยิบผ้ามาห่มให้ และย้ำเตือนเธอว่าเธอถูกวางยาพิษ

***

และแล้วเหตุการณ์เมื่อคืนก็ผ่านไป แม้จะเป็นเวลาที่ไม่นานนัก แต่แคสเซียนก็นั่งเฝ้าเธอตลอดทั้งคืน

หลายๆ ครั้งที่เธอลืมตาขึ้นในตอนเช้า เธอบอกให้เขาไปนอนตลอด

ในใจเธอรู้สึกจั๊กจี้

“ฉันไม่สามารถแม้แต่จะพูดขอบคุณออกไปได้เลย”

เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ พ่อบ้านก็เดินเข้ามาหาเอลิเซียราวกับเขากำลังรอเธออยู่

บางทีเขาอาจจะได้รับการติดต่อจากดยุคเอสเตบันเรียบร้อย หากเธอหายไปโดยไม่มีใครรู้ ที่นี่คงเกิดความโกลาหลขึ้นแล้ว

เอลิเซียทักทายพ่อบ้านด้วยรอยยิ้มที่อึดอัด

“มีแขกมาพบขอรับเลดี้”

“แขกเหรอคะ?”

“เขามีป้ายชื่อของตระกูล เขาชื่อไรอันขอรับ”

ชายคนหนึ่งที่มาพร้อมป้ายชื่อตระกูลของเธอ หลังจากที่เธอไปพักค้างแรมข้างนอก เธอกำลังสงสัยว่านี่จะทำให้มีข่าวลือแปลกๆ เกิดขึ้นอีกหรือไม่

“ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนคะ?”

“ตอนนั้นเลดี้ยังไม่กลับ กระผมเลยเชิญให้เขาไปรอในห้องรับแขกของเรือนแยก”

เขามาพร้อมกับนามบัตรของตระกูล ดังนั้นพ่อบ้านจึงรับรองเขาอย่างแขกผู้มีเกียรติ

เอลิเซียอยากจะเรียกให้ไรอันไปพบเธอที่ห้องตัวเอง แต่ก็ต้องหยุดความคิดนั้นไว้ เป็นเพราะเธอสัมผัสได้ถึงหูของข้ารับใช้ที่อยู่รอบตัว

“งั้นเรียกเขาเข้ามาที่ห้องนั่งเล่นเถอะค่ะ”

“ขอรับ”

จากคำพูดของเธอ เธอสังเกตเห็นสาวใช้บางคนหน้าแดง

เขาจะต้องถูกเหล่าสาวใช้จับตาดูอยู่ตลอดอย่างแน่นอน ถึงไรอันจะไม่ได้เป็นขุนนางแต่เขาก็ดูดีทีเดียว มันจึงไม่แปลกที่เหล่าสาวใช้จะทำเช่นนั้น

เอลิเซียกลับไปที่ห้อง เปลี่ยนชุดเป็นเสื้อคลุมสบายๆ แล้วมุ่งหน้าไปยังห้องนั่งเล่น

เมื่อเธอไปถึง แม้ไรอันจะไม่ได้ใส่เสื้อผ้าหรูหราเหมือนพวกขุนนาง แต่เขาก็แต่งตัวเนี้ยบใช้ได้

สถานการณ์เมื่อคืนย่ำแย่มาก มันมีแต่ความวุ่นวาย

ทันทีที่ไรอันพบหน้าเอลิเซีย เขาก็ลุกขึ้นแล้วโค้งหัวทักทาย เหล่าสาวใช้ต่างพากันรี่เข้ามาเสิร์ฟชา

“นายมาเร็วกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก”

“ครับ ผมก็คิดว่าเป็นเช่นนั้น”

ไรอันพยักหน้า เผยให้เห็นลักยิ้มบุ๋มที่สองแก้ม

เมื่อเห็นไรอัน เหล่าสาวใช้ก็ต่างเสิร์ฟชาด้วยท่าทีเอื่อยเฉื่อย แต่ทันทีที่ปะทะเข้ากับสายตาดุของเอลิเซียเข้า พวกเธอก็รีบร้อนกลับออกไป

ไรอันมองดูเอลิเซียจิบชาเงียบๆ จนเธอวางแก้วลง

“ร่างกายเลดี้เป็นยังไงบ้างครับ?”

“อย่างที่เห็น ดูเหมือนฉันจะเจอเรื่องหนักไปสักหน่อย แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วล่ะ”

เอลิเซียไม่ได้ปิดบังว่าเธอต้องเจอความทรมานมากแค่ไหน

แคสเซียนไปช่วยเธอออกมาจากที่นั่น เธอไม่คิดว่ามันจะต้องทำเป็นอวดเก่งอะไร เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าแคสเซียนต้องลำบากเป็นอย่างมากเพื่อช่วยเหลือเธอ

“หากผมต้องการอะไร ให้มาหาคุณ… เลดี้หมายความว่าเลดี้จะให้ผมไปเป็นผู้ติดตามของเลดี้หรือไม่ครับ?”

สายตาของเอลิเซียมองไปรอบๆ

การบอกว่าเขาเป็นผู้ติดตามของเธอ มันดูยิ่งใหญ่มาก แถมเธอก็ไม่ได้หมายความเช่นนั้นด้วย

“ฉันหมายถึง หากมีสิ่งอะไรที่นายต้องการ ฉันจะช่วยดูให้ เพื่อที่นายจะได้อาศัยอยู่ที่จักรวรรดิแห่งนี้ต่อและไม่จำเป็นต้องย้ายหนีไป”

จากคำพูดของเอลิเซีย ไรอันจมจ่อกับถ้วยน้ำชาครู่หนึ่งด้วยความกังวล

“ถึงผมไม่ใช่อัศวิน แต่ผมก็ค่อนข้างจะมีประโยชน์อยู่บ้าง”

“ใช่ ฉันรู้ แต่นายก็มีพรสวรรค์ไม่ใช่เหรอ?”

การช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ จากเอลิเซียจะทำให้เขาได้มีตำแหน่ง ถึงแม้อาจจะเป็นตำแหน่งที่อยู่ในระดับล่างๆ

ไรอันยิ้มเล็กน้อยจากคำพูดของเธอ เขาลุกขึ้นยืนแล้วคุกเข่าลงกับพื้น จากนั้นจึงชันเข่าขึ้นมาหนึ่งข้าง แล้วยื่นมือออกไปตรงหน้าเอลิเซีย

“ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องคำสาบานของอัศวินสักเท่าไหร่แฮะ…”

ฉากจากนิยายต้นฉบับผุดขึ้นมาในหัวของเธอ

ฉากที่ไรอันสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อลูเมียร์ นางเอกของเรื่อง

“ผมอยากจะเป็นผู้ติดตามของเลดี้ ผมรู้ว่าเลดี้เข้มแข็งมากพอ แต่ถ้าหากเลดี้ไม่รังเกียจ ผมอยากจะขออยู่เคียงข้างเลดี้ได้ไหมครับ?”

ฉากเริ่มต้นเหมือนเนื้อเรื่องเดิม แต่มีบางประโยคในคำพูดที่แตกต่างเล็กน้อย

‘ผมต้องการปกป้องเลดี้’ เป็นประโยคแรกในนิยายต้นฉบับ

เธอช่วยชีวิตเขาเพียงครั้งเดียว แต่เธอสามารถมีอิทธิพลกับชีวิตเขาได้มากเพียงนี้หรือ

“ฉันก็แค่ช่วยเพราะฉันช่วยได้ นายไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้”

เธอรู้สึกเหมือนเธอได้ครอบครองอัศวินของนางเอกไปแล้ว

“ผมต้องการทำเช่นนี้ครับ เลดี้ช่วยให้ผมยังมีโอกาสได้ทำสิ่งอื่นๆ อีกมาก โอ้ หรือว่าผมไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้อยู่เคียงข้างเลดี้…”

เอลิเซียตัดบทเขาทันที

“ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นน่า”

ไรอันไม่มั่นใจ ..เพราะเขาคิดว่ามันดูกล้าดีเกินไปสำหรับสามัญชนผู้ต่ำต้อยที่เคยอยู่ในกลุ่มลอบสังหารอย่างเขา ทักษะการใช้ดาบของเขาก็ยังไม่ได้ดีเด่มากนัก แต่เขาก็จะพยายามฝึกซ้อมให้ดีขึ้น หรือเธอกลัวว่าเขาจะไม่สามารถปกป้องเธอได้จริง อันที่จริงแล้วในสังคมจักรวรรดิ ยังมีเลดี้ชั้นสูงบางคนที่ต้องการมีคนของตัวเองและปฏิบัติกับพวกเขาราวกับของประดับตกแต่ง ไรอันคิดว่า มันคงไม่เป็นไร หากเอลิเซียอนุญาตให้เขาเป็นเช่นคนพวกนั้น

เอลิเซียมองจ้องฝ่ามือของไรอันที่กำลังรอคำตอบจากเธอ เธอยกมือขึ้นเหมือนกำลังตัดสินใจ

แม้ว่าความจริงใจของเขาจะทำให้เธอจะรู้สึกผิดเล็กน้อย แต่อย่างน้อยเธอก็สามารถช่วยชีวิตไม่ให้เขาตายได้ ถึงแม้คนที่ปลิดชีวิตเขาในนิยายเดิมจะเป็นเธอก็ตามที

มือขาวนุ่มของเธอวางลงบนฝ่ามือที่หยาบกร้าน

“ผมอยากจะเป็นคนที่ปกป้องเลดี้ครับ”

ไรอันวางหน้าผากลงบนหลังมือของเอลิเซีย

“ตกลง แต่ฉันขอถามอะไรนายอย่างหนึ่งสิ”

“ได้ครับ บอกผมมาเลย”

ไรอันรอคำถามจากเอลิเซียด้วยใบหน้าแดงก่ำเล็กน้อย

“นายคิดว่าฉันเป็นยังไง?”

เขาสามารถรับรู้ถึงสิ่งที่เธอพูดถึงได้โดยไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่ม อาจเป็นเพราะสิ่งที่เขาเห็นเมื่อคืนนี้

“เลดี้จะเป็นอะไร มันไม่สำคัญเลยครับ แต่ถ้าหากเลดี้เป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องที่ผมรู้ล่ะก็ เลดี้จะทำอะไรกับผมก็ได้ครับ ไม่เป็นไร”

เขายังเสริมอีกว่า เธอสามารถเรียกพ่อมดมากักบริเวณเขาได้

เอลิเซียยิ้มอย่างสุขใจและเอ่ยปาก

“เอลิเซีย เรียกฉันด้วยชื่อของฉันค่ะ”

“ครับ เลดี้เอลิเซีย”

__________________________________________________________________

คะแนน 4.8
กรุณารอสักครู่...