ตอนที่แล้วบทที่ 588 ดึงดูดใจผู้คน
ทั้งหมดรายชื่อตอน

อัจฉริยะเขย่าโลก (重生之最强人生)

บทที่ 589 ช่วยเหลือซูชิง


หลังจากืั้หลินปู้ฟานออกจากโรงพยาบาลแล้ว เขาก็รีบไปที่เมืองไห่หง เพื่อควบคุมสถานการณ์ ส่วนซูชิงเองก็กลับไปที่กลุ่มเชิ่งชี่สาขาของเมืองไห่หงในวันเดียวกัน

ซูชิงเดิมเป็นนักศึกษาฝึกงานในแผนกการตลาดที่คอยทำงานยิ้บย่อย และคอยสำรวจปัญหาบางอย่างในบริษัทสาขา

แต่ในความเป็นจริง ความตั้งใจเดิมของจางอี้หนี่คือต้องให้ซูชิงออกมาเพื่อตรวจสอบกับเหอเจียงเชิง ผู้จัดการทั่วไปของสาขา เธอได้ขอให้ตงชูยี่ตรวจสอบปัญหาบางอย่างของเหอเจียงเชิงเช่นการติดต่อกับบริษัทอื่นๆ และการยักยอกเงิน

สำหรับซูชิง เธอไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลภายในได้ จึงทำได้เพียงแค่คุยกับเพื่อนร่วมงานหญิงสองสามคนในแผนกการตลาดและฟังเรื่องซุบซิบของบริษัท

แต่รูปร่างหน้าตาของซูชิงนั้นน่าดึงดูดมาก แม้ว่าเธอจะเป็นเด็กฝึกงาน แต่มันก็เพียงพอที่จะดึงดูดความสนใจของผู้ชายส่วนใหญ่ได้

เหอเฉาจุน ลูกชายของเหอเจียงเชิงก็อยู่ในสาขานี้เช่นกัน เขาดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานโดยมีหน้าที่รับผิดชอบในด้านธุรกิจเป็นหลัก เช่นการเจรจาธุรกิจ การส่งเสริมการลงทุนและสินเชื่อ

เมื่อครึ่งปีที่แล้วหลังจากที่จางอี้หนี่สร้างความมั่นคงให้กับสำนักงานใหญ่แล้วเธอก็ต้องการที่จะควบรวมกลุ่มเชิ่งชี่สาขาไห่หงอย่างจริงจัง แต่มันก็เหมือนกับในสมัยโบราณ สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถรีบร้อนได้ อย่างแรก เหอเจียงเชิงมีชื่อเสียงในเมืองไห่หงอยู่ไม่น้อย ประการที่สองประสิทธิภาพของกลุ่มเชิ่งชี่สาขาไห่หงนั้นเองก็โดดเด่น หากเคลื่อนไหวอย่างไม่ระมัดระวังมันอาจก่อให้เกิดปัญหาในธุรกิจของเมืองไห่หงได้

ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องวางแผนให้รัดกุมเพื่อที่จะจัดการกับเหอเจียงเชิงในทีเดียว

เมื่อซูชิงออกเดินทางไปที่สาขากลุ่มเชิ่งชี่สาขาไห่หง จางอี้หนี่กำชับกับเธอว่าเธอไม่ควรเปิดเผยตัวตนของตัวเอง เพราะถ้าหากตัวตนของเธอถูกเปิดเผยออกไปมันอาจจะทำให้เหอเจียงเชิงไหวตัวทัน

รูปร่างและหน้าตาของซูชิงนั้นโดดเด่นมากจนเหอเฉาจุนหลงใหลในตัวเธอ

ตอนแรกเหอเฉาจุนยังแสดงท่าทางเป็นสุภาพบุรุษที่สง่างาม เขาสุภาพและให้เกียรติซูชิงไปทานอาหารค่ำ และหลังจากทานอาหารด้วยกันไปหลายมื้อ เขาก็ซื้อของขวัญล้ำค่าเพื่อที่จะสารภาพรักกับซูชิง แต่เขาก็ถูกซูชิงปฏิเสธ

ถ้าหากว่าเธอเป็นเพียงแค่เด็กผู้หญิงธรรมดา เธอคงจะหลงกลในของขวัญราคาแพงของอีกฝ่ายไปแล้ว

ในสายตาของซูชิง เหอเฉาจุนงั้นก็เป็นเพียงแค่คางคกที่ต้องการจะกินเนื้อหงส์

แต่ฝ่ายเหอเฉาจุนกับคิดว่าที่ซูชิงนั้นปฏิเสธเขาเป็นเพราะว่าซูชิงกำลังพยายามเล่นตัวอยู่ เขาจึงพยายามใช้หน้าที่การงานที่เขาสามารถควบคุมได้มาหลอกล่อเธอ

แต่เมื่อเห็นว่าซูชิงยังคงยืนกรานที่จะปฏิเสธ เขาก็หัวเสียและให้งานที่ยากจะสำเร็จกับเธอ

หลังจากที่สาขาไห่หงสร้างอาคารพาณิชย์เมื่อหนึ่งปีที่แล้ว บริษัทก็ได้ขายวัสดุที่เหลือทั้งหมดให้กับบริษัทยู่หลง แต่บริษัทยู่หลงก็ยังไม่ได้ชำระเงินงวดสุดท้ายจำนวน 5 ล้านหยวนให้กับบริษัทแม้ว่าจะผ่านมา 1 ปีแล้ว

บริษัทสาขาไห่หงนั้นส่งปันผลรายได้จำนวน 200 ล้านหยวนไปให้กับสำนักงานใหญ่ในทุกๆ ปี แต่จากการคำนวณของจางอี้หนี่แล้ว เงินปันผลที่ควรจะได้จากบริษัทสาขาไห่หงนั้นน่าจะมากกว่า 200 ล้านหยวน เธอจึงได้ข้อสรุปว่าเหอเจียงเชิงกำลังทำบัญชีเท็จ

และในครั้งนี้ตัวจริงก็ได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ไปติดตามทวงเงินบริษัทยู่หลง เธอจึงรีบตอบตกลงทันที

เมื่อเธอเดินออกจากห้องทำงานของเหอเฉาจุน ซูชิงก็จะไปที่บริษัทยู่หลงเพื่อทวงถามถึงค่าวัสดุ

และในตอนนั้นเอง หลังจากที่โจวหยวนหยวนเพื่อนร่วมงานหญิงที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับซูชิงเห็นเธอเดินออกมา เธอก็มองไปรอบๆ และดึงซูชิงเข้าไปในห้องน้ำ

“ซูชิง ไอ้สารเลวนั่นมันพยายามบังคับฝืนใจอะไรเธอหรือเปล่า ถ้าเกิดมันบังคับอะไรเธอเธออย่ายอมมันเด็ดขาดเลยนะ ด้วยความสวยของเธอเธอสามารถหางานทำที่ไหนก็ได้” โจวหยวนหยวนกล่าวด้วยความเป็นห่วง

“ลืม มันพยายามจะบังคับฉันจริงๆ แต่ฉันปฏิเสธไป มันจะสั่งให้ฉันไปทวงเงิน ถ้าหากฉันทำไม่สำเร็จฉันจะถูกมันไล่ออก”

“ทวงเงินกับบริษัทไหน?”

“ยู่หลง เฮ้อ… เธอไม่ต้องเป็นห่วงหรอก มันก็เป็นเพียงแค่การไปทวงเงินเท่านั้น”

เมื่อได้ยินว่าเป็นบริษัทยู่หลง ใบหน้าที่อวบอิ่มของโจวหยวนหยวนก็เปลี่ยนไปทันที ดวงตาของเธอจ้องมองไปที่ซูชิงอย่างเห็นใจ “ซูชิง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา บริษัทของเราส่งคนออกไปทวงเงินกับบริษัทยู่หลงมาหลายสิบคนแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครทำสำเร็จ”

“หือ? ทำไมพวกเขาไม่จ่ายคืนล่ะ?” ซูชิงถามอย่างโง่เขลา

โจวหยวนหยวนมุ่ยปากและใช้นิ้วจิ้มไปที่หน้าผากของซูชิงเบาๆ แล้วพูดว่า “มันเป็นเพราะว่าบริษัทยู่หลงนั้นบริหารงานโดยผู้มีอำนาจคนหนึ่ง และด้วยชื่อเสียงที่เขามีมันทำให้แม้แต่เหอเฉาจุนก็ไม่กล้าสร้างปัญหาให้กับเขา งานนี้มันจึงไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่เธอจะทำสำเร็จ”

ซูชิงเอามือแตะศีรษะแล้วถามว่า “บริษัทยู่หลงใหญ่มากไหม?”

“ไม่เท่าไหร่”

“งั้นเราก็ฟ้องพวกเขาแทนสิ” ซูชิงพูดอย่างไร้เดียงสา

“หึ ถ้าจะฟ้องก็ฟ้องได้ แต่ใครจะรับประกันความปลอดภัยให้เธอ?”

“บ้าจริง พวกเขาดุร้ายขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ?” ซูชิงยังคงไร้เดียงสา

“ใช่แล้วเด็กโง่ … ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว ทำไมพวกเราไม่ลาออกด้วยกันเลยล่ะ ไอ้สาระเลวเหอเฉาจุนนั่นมันพยายามบังคับฉันทุกครั้งที่ฉันเข้าไปในห้องทำงานของมัน” โจวหยวนหยวนเองก็อดทนมาเป็นเวลานานแล้ว

“หยวนหยวนไม่ต้องห่วง สุดท้ายแล้วเรื่องนี้จะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน”

“เด็กโง่อย่าทำแบบนี้ การไปที่บริษัทยู่หลงมันอันตรายมากนะรู้ไหม” โจวหยวนหยวนกล่าวอย่างกังวล

ซูชิงยิ้มแล้ววางมือบนไหล่ของโจวหยวนหยวนและกล่าวว่า “หยวนหยวนไม่ต้องกังวล ฉันมีคนที่ไม่ธรรมดาคอยสนับสนุนฉันอยู่ เชื่อฉันเถอะวันเวลาดีๆ จะต้องมาหาเราอีกไม่นานนี้แน่นอน”

เมื่อเขาเดินออกจากสาขา ซูชิงก็โทรหาหลินปู้ฟาน และหลินปู้ฟานก็บังเอิญเจอจื่อฉานและจ้าว จื่อซาน

เมื่อเธอเดินออกจากบริษัทสาขา เธอก็โทรหาหลินปู้ฟาน และก็ช่างบังเอิญที่หลินปู้ฟานกำลังอยู่กับจื่อฉานและจ้าวจื่อซาน

“โอ้ ฉันเข้าใจแล้ว เธอรออยู่ที่หน้าตึกบริษัทก่อน แล้วฉันจะรีบไปรับเธอทันที”

“อืม” หลังจากวางสาย หลินปู้ฟานก็ถามจื่อฉาน จ้าวจื่อซานและหวังต้าหนาว่า “พวกคุณรู้ไหมว่าใครเป็นเจ้าของบริษัทยู่หลง?”

“บริษัทยู่หลง?” จื่อฉานสูดลมหายใจและขมวดคิ้ว “คุณหลิน เจ้าของบริษัทยู่หลงเป็นลูกพี่ลูกน้องของฉันเอง เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรอ?”

“มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร คุณแค่ต้องโทรบอกลูกพี่ลูกน้องของคุณให้ชำระหนี้ค่าวัสดุให้กลับบริษัทเชิ่งชี่สาขาไห่หงเดี๋ยวนี้ แล้วถ้าหากว่าคุณยังไม่มีเงินตอนนี้ ผมสามารถให้คุณยืมก่อนได้” หลินปู้ฟานกล่าวออกมา

“ลูกพี่ลูกน้องของฉัน…โอ้ คุณหลินไม่ต้องห่วง ฉันจะโทรบอกเขาเดี๋ยวนี้”

จื่อฉานโทรหาเฉิงเฟยเหรินลูกพี่ลูกน้องของเธอ แต่โทรศัพท์ของอีกฝ่ายนั้นปิดอยู่

“โทรไม่ติด?” หลินปู้ฟานขมวดคิ้ว

“เขาคงจะกำลังเล่นพนันอยู่แน่นอน เพราะทุกครั้งที่เขาเล่นพนันเขาจะปิดเครื่องแบบนี้ แต่คนอื่นไม่ต้องห่วง ฉันจะไปหาเขาที่บริษัทด้วยตัวเองเดี๋ยวนี้เลย”

“ผมไปด้วย!” หลินปู้ฟานพูด

เมื่อหลินปู้ฟานไป คนของกวนซานและลุงซูก็ตามไปด้วย

จ้าวจื่อซานและหวังต้าหนาเองก็ตามไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน

มันจึงเป็นผลให้มีขบวนรถขนาดใหญ่มากกว่า 1 โหลขับไปที่อาคารของบริษัทเชิ่งชี่สาขาไห่หง

ที่บริษัทเชิ่งชี่สาขาไห่หง

โจวหยวนหยวนพยายามโทรหาซูชิง แต่ซูชิงปิดเครื่อง มันจึงทำให้เธอรู้สึกกังวล

เกิดอะไรขึ้น?

อันที่จริงซูชิงไม่ได้ปิด แต่เป็นเพราะมือถือของเธอแบตหมด ในยุคนี้มือถือแต่ละยี่ห้อยังใช้สายชาร์จที่แตกต่างกัน มันจะทำให้เธอใช้สายชาร์จร่วมกับคนอื่นไม่ได้

ในมุมมองของโจวหยวนหยวน ซูชิงเป็นเพียงเด็กผู้หญิงที่เพิ่งออกจากวิทยาลัยและไม่มีประสบการณ์ทางสังคม การไปทวงหนี้ที่บริษัทยู่หลงเพียงลำพัง มันก็ไม่ต่างกับการส่งตัวเองไปเข้าปากเสือ

โจวหยวนหยวนเองก็มาจากหางโจวเช่นกัน แล้วเธอก็รู้สึกถูกใจซูชิงเป็นอย่างมาก

หลังจากไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้ว โจวหยวนหยวนก็จำลุงของเธอที่ทำงานในโรงงานใกล้ๆ นี้ได้ เธอโทรหาลุงของเธอและขอให้ลุงของเธอพาคนงานสองสามคนไปที่บริษัทยู่หลงเพื่อช่วยเหลือซูชิง

โจวหยวนหยวนนั้นร้อนใจเป็นอย่างมาก เธอรีบโบกรถแท็กซี่ให้ไปส่งที่โรงงานของหลี่ซานชุนลุงของเธอโดยใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที  และด้วยบุคลิกที่รักความยุติธรรมของหลี่ซานชุน เมื่อเขาได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดเขาก็รีบเรียกลูกน้อง 2 คนมา และเดินทางไปที่บริษัทยู่หลงทันที

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...