ตอนที่แล้วตอนที่ 10 นายหญิงแห่งตระกูลกง!
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 12 "รักเธอ"

เทพบุตรไฮโซสู่ราชาไอดอล

ตอนที่ 11 เรื่องราวของชายผู้หนึ่ง!


หลังจากนั้นไม่นานเครื่องสล็อตแมชชีนก็ค่อยๆหมุนช้าลงเรื่อยๆ และในที่สุดรายชื่อของผู้โชคดีก็หยุดอยู่ที่รายชื่อของผู้ใช้ที่ชื่อ ‘เหม่ยลี่ ฉันยอมจากไป’

กงหมิงเฟยยิ้มและพูดว่า: “ขอแสดงความยินดีกับเพื่อนที่ชื่อ ‘เหม่ยลี่ ฉันยอมจากไป’ แล้วในตอนนี้ผมจะใช้การเชื่อมต่อผ่านเฟซไทม์กับคุณในทันที!”

หลังจากที่กงหมิงเคยพูดจบเขาก็คลิกที่หน้าจอโดยตรง ในฟังก์ชันการถ่ายทอดสดของแพลตฟอร์มปลามังกรจะมีโหมดการติดต่อผ่านเฟซไทม์กับผู้ใช้อยู่ด้วย

หลังจากมีเสียงสัญญาณ การติดต่อดังขึ้น 4-5 ครั้ง หน้าจอการถ่ายทอดสดของกงหมิงเฟยก็ถูกแบ่งออกเป็น 2 หน้าจอ ด้านซ้ายคือฝั่งการถ่ายทอดสดของกงหมิงเฟยในรูปแบบปกติ ส่วนด้านขวานั้นเป็นหน้าจอสีดำ?

กงหมิงเฟย โน้มตัวเข้าใกล้โทรศัพท์และพูดว่า “สวัสดีครับ! คุณได้ยินเสียงของผมไหม?”

ภาพบนหน้าจอฝั่งขวามือยังคงมืดสนิทและไม่มีเสียงตอบรับใดๆ? กงหมิงเฟยเงยหน้าขึ้นไปมองอากาศบนท้องฟ้าเล็กน้อย ในตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงวัน และอากาศค่อนข้างจะสดใสไม่ได้มืดครึ้มหรือมีเมฆฝนแต่อย่างใด!

“เพื่อน! คุณได้ยินเสียงของผมไหม?”

กงหมิงเฟยถามอีกครั้ง คราวนี้อีกฝ่ายตอบเขา และเสียงของผู้ชายที่แหบแห้งก็ดังขึ้นมา “ผมได้ยิน!”

กงหมิงเฟย ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย บรรยากาศตอนนี้ค่อนข้างน่าอายสำหรับตัวเขาเล็กน้อย หากการสื่อสารครั้งแรกระหว่างตัวเขากับแฟนคลับนั้นเกิดขัดข้อง กงหมิงเฟย ไอเบา ๆ สองสามครั้งและหัวเราะออกมา

“เพื่อนในตอนนี้พวกเรากำลังอยู่ในการถ่ายทอดสด ผมเชื่อว่าคุณควรรู้เรื่องเกี่ยวกับกิจกรรมนี้มาบ้าง คุณสามารถระบุหัวข้อเพื่อให้ผมเขียนเพลงที่คุณต้องการได้ แล้วผมจะเขียนเพลงตามหัวข้อที่คุณได้ระบุเอาไว้!”

หลังจากที่กงหมิงเฟยพูดจบอีกฝ่ายก็เงียบเสียงลง กงหมิงเฟยต้องเรียกเขาอีกหลายครั้ง กว่าเขาจะตอบกลับมา

“ผมขอเล่าเรื่องบางเรื่องให้คุณฟังหน่อยจะได้ไหม?”

กงหมิงเฟยรู้สึกสับสนเล็กน้อย? ทำไมพี่ชายคนนี้ถึงได้ต้องทำอะไรที่มันแปลกๆ และยุ่งยากเช่นนี้ด้วย? ก่อนที่จะฟังเพลง เขาต้องการเล่าเรื่องของตัวเองก่อนเช่นนั้นเหรอ?

ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดต่างส่งข้อความออกมากันในทันที

[เฮ้! ใครเขาจะไปอยากฟังเรื่องเล่าของนายกัน? รีบๆบอกหัวข้อเพลงมาเถอะ ฉันอยากจะฟังสามีของฉันร้องเพลงแล้ว]

[ใช่แล้ว! นายเมาแล้วไม่มีเพื่อนคุยด้วยรึไง? ฉันขอแนะนำให้นายไปเที่ยวร้าน KTV บ้างนะจะได้หายเหงา]

[บ้าชะมัด! น่าเสียดายโอกาสจริงๆ ถ้าเป็นฉัน ฉันจะให้เหลากงเขียนเพลงให้ฉันและแฟนสาวของฉัน]

 กงหมิงเฟยสังเกตเห็นข้อความที่ไม่เป็นมิตรในห้องถ่ายสด เขาจึงรีบพูดเพื่อเคลียร์สถาณการ์ณในทันที “เพื่อนๆทุกๆคน ไม่ต้องกังวลมากเกินไปกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่พิเศษสำหรับทุกๆคน ฉะนั้นพวกเราควรฟังเรื่องราวของสุภาพบุรุษท่านนี้ก่อน นี่อาจจะเป็นเรื่องราวที่เขาต้องการให้ผมแต่งเพลงให้กับเขาก็เป็นได้!”

ด้วยคำพูดของกงหมิงเฟย ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดจึงหยุดส่งข้อความตำหนิชายหนุ่มผู้นั้นลง เพื่อรอฟังเรื่องราวของเขา

“เรื่องที่ผมจะเล่ามันอาจจะฟังดูเชยไปบ้าง ในเมืองชนบทเล็กๆแห่งหนึ่ง เด็กชายและเด็กหญิงเป็นคู่รักกันมาตั้งแต่วัยเด็กและทั้งคู่ก็เติบโตมาด้วยกัน เด็กผู้ชายเคยคิดว่าบางทีหลังจากนี้เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นพวกเขาจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป!”

“เมื่อเวลาผ่านไปเกรดและระดับคะแนนของเด็กหนุ่มนั้นถือได้ว่ายอดเยี่ยมจนสามารถได้รับทุนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศได้ แต่เกรดของเด็กสาวอยู่ในระดับปานกลางเพียงเท่านั้น แต่ด้วยความรักในช่วงวัยรุ่น เด็กสาวจึงได้ขอร้องให้เขาหาที่เรียนต่อกับเธออยู่ในประเทศเพื่อที่ทั้งคู่จะได้ไม่แยกจากกัน เด็กหนุ่มจึงตอบตกลงเพราะว่าตัวเขานั้นก็รักเธอมากเช่นเดียวกัน!”

“ทั้งสองคนเดินทางไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยในเมืองหลวงด้วยกัน แต่ด้วยที่ทั้งคู่เดินทางมาจากเมืองเล็กๆในชนบท ครอบครัวของพวกเขาค่อนข้างที่จะลำบาก เสื้อผ้าและของใช้ของพวกเขาค่อนข้างที่จะเก่ามาก ทั้งคู่มักจะถูกเยาะเย้ยจากเพื่อนนักศึกษาด้วยกัน เด็กหนุ่มจึงทำงานพิเศษอย่างหนักเพื่อสร้างรายได้ เขาต้องการซื้อเสื้อผ้าและสิ่งของที่ดีที่สุดสำหรับแฟนของเขาและตัวเอง!”

“ตัวเขานั้นไม่เคยกลัวต่อคำดูถูกและคำเยาะเย้ยของผู้อื่น แต่เขาไม่ต้องการให้แฟนของเขานั้นถูกผู้อื่นดูถูก…” เมื่อชายคนนั้นเล่ามาถึงประโยคนี้เสียงของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาขาดหายและฟังดูคล้ายกับว่าเขากำลังสูดลมหายใจลึกๆอยู่หลายครั้ง แม้แต่กงหมิงเฟยก็ยังสามารถเดาอารมณ์จากน้ำเสียงของเขาได้

ข้อความในห้องถ่ายทอดสดในตอนนี้หยุดลงทั้งหมด พวกเขาทุกคนต่างเงียบเพื่อฟังเสียงแหบแห้งของชายที่อยู่ในภาพมืดทางด้านขวาคนนั้น!

“แต่เดิมเด็กสาวนั้นเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง เมื่อเธอแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่สวยงามและของใช้ที่ดีจากเงินของเด็กหนุ่มที่ทำงานพิเศษ เธอจึงกลายเป็นเหมือนกับดอกไม้ประจำคณะ ชายหนุ่มหลายคนเริ่มไล่ตามจีบเธอ ในกลุ่มคนเหล่านั้นมีชายหนุ่มที่หล่อเหลาและร่ำรวยอยู่หลายคน ด้วยที่เธอเป็นเด็กสาวจากชนบทที่ไม่เคยเห็นโลกกว้างมาก่อน เมื่อมีชายหนุ่มที่หล่อเหลาและร่ำรวยตามจีบเธออย่างมากมายเช่นนี้ ในต้นเทอมแรกของปีที่ 2 เธอก็ขอบอกเลิกกับเด็กหนุ่มที่เป็นคู่รักของเธอตั้งแต่วัยเด็กคนนั้น!”

เสียงของชายคนนั้นเงียบลงอีกครั้ง คราวนี้กงหมิงเฟยและผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดต่างได้ยินเสียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆของเขาได้อย่างชัดเจน หลังจากนั้นไม่นานเขาก็เริ่มเล่าต่อ

“เด็กสาวผู้นั้นคบกับรุ่นพี่ที่หล่อเหลาและร่ำรวยคนหนึ่ง เธอใช้ชีวิตของเธออย่างอิสระด้วยความสนุกสนานจากเงินของแฟนใหม่ผู้ร่ำรวยของเธอคนนั้น ส่วนเด็กหนุ่มยังคงทำงานพิเศษของเขาอย่างหนัก แต่คราวนี้เขาไม่ได้นำเงินเหล่านั้นไปใช้จ่ายเพื่อใคร เขาเพียงแค่ต้องทำงานและเรียนอย่างเต็มที่เพื่อที่ตัวเขาจะได้ไม่มีเวลาว่างคิดเกี่ยวกับเรื่องของเด็กสาวคนนั้น!”

“หลังจากนั้น 1 ปีต่อมา เด็กสาวคนนั้นได้เลิกกับชายหนุ่มผู้ร่ำรวย และกลับมาหาเด็กหนุ่มที่เคยเป็นคู่รักในวัยเด็กของเธอ เธอร้องไห้มาหาเขาแล้วบอกว่าชายหนุ่มผู้นั้นมีผู้หญิงคนอื่นและทุบตีเธอทุกครั้งที่เขาเมา!”

“เด็กหนุ่มผู้นั้นได้ตรงเข้าไปหาชายหนุ่มที่ทุบตีคู่รักวัยเด็กของเขาเพื่อทวงความยุติธรรม แต่ด้วยสถานะทางการเงินและเบื้องหลังที่ต่างกัน… ผมขอไม่พูดถึงมันก็แล้วกัน! เพราะทุกคนคงรู้ดีว่าการนำไข่ไปกระแทกหินนั้นคืออะไร!”

เสียงของชายคนนั้นแหบแห้ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะการร้องไห้เสียใจหรือว่าเขากำลังอยู่ในอารมณ์โกรธ!

“ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันมาครึ่งปี เป็นครึ่งปีที่มีความสุขมากที่สุดสำหรับเด็กหนุ่ม ในช่วงเวลานั้นเขาไม่คิดอะไรเขารู้แต่เพียงว่าเด็กสาวคนนั้นคือโลกทั้งใบของเขา! ส่วนเด็กสาวผู้นั้นก็เคยชินกับการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย ของใช้แต่ละชิ้นของเธอนั้นเป็นสินค้าแบรนด์เนมราคาแพง เธอใช้เงินเก็บและเงินที่ทำงานพิเศษของเขา การใช้จ่ายรายสัปดาห์ของเธอคือรายได้เป็นเวลา 2 เดือนของเด็กหนุ่ม!”

“เมื่อครึ่งปีผ่านไปเด็กสาวก็จากไปอีกครั้ง! แต่เด็กหนุ่มก็ไม่เคยคิดโทษเธอเลยแม้แต่น้อย เขาโทษตัวเองที่เขาไม่สามารถตอบสนองและสร้างความสุขให้แก่เธอได้!”

“เมื่อเธอพบชายหนุ่มที่ร่ำรวย เธอจะย้ำเตือนกับเขาเสมอว่าไม่ให้เขาเข้าไปทักทายหรือทำความรู้จักกับเธอ เพื่อป้องกันไม่ให้แฟนของเธอนั้นเข้าใจผิด แต่เธอก็ยังคงแอบพูดคุยและให้ความหวังแก่เขาอยู่เสมอๆ เด็กสาวผู้นั้นชอบความรู้สึกที่มีตัวสำรองคอยรองรับในยามที่เธอผิดหวังจากบรรดาชายหนุ่มรูปหล่อที่ร่ำรวยเหล่านั้น!”

“จนเมื่อเวลาผ่านไปจนถึงวันสำเร็จการศึกษา เธอมาปรากฏตัวต่อหน้าของเด็กหนุ่มคนนั้นพร้อมกับจ้องมองเขาอย่างดูถูกดูแคลน!”

“เธอพูดกับเขาว่า ตั้งแต่วัยเด็กเป็นต้นมาเธอไม่เคยรักเขาเลยแม้แต่น้อย และตั้งแต่นี้ต่อไปขอให้เขาออกไปให้พ้นจากชีวิตของเธอและไม่ต้องปรากฏตัวต่อหน้าเธออีกตลอดไป…”

เมื่อเสียงของชายคนนั้นเล่ามาถึงท่อนนี้ กงหมิงเฟยที่กำลังหลับตาและฟังเรื่องราวอยู่อย่างตั้งใจ ก็ยังคงจมอยู่ในเรื่องราวของชายหนุ่มผู้นั้นเป็นเวลานาน แต่บรรดาแฟนๆในห้องถ่ายทอดสดกลับระเบิดข้อความกันออกมาอย่างต่อเนื่อง

[สาระเลวมาก! ผู้หญิงคนนี้ไม่ต่างจากสุนัขตัวเมียเลยแม้แต่น้อย]

[ขนาดแค่ฟัง ฉันก็ยังรู้สึกอารมณ์ขึ้นและโมโหแทนผู้ชายคนนี้มาก! ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นจริงๆ คิดว่ามีแต่แค่ในละครเพียงเท่านั้น]

[ผู้หญิงคนนี้ชั่วร้ายมากทีเดียว! เธอได้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของชายผู้นั้นจนแทบไม่เหลือ หากฉันเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ฉันคงจะต้องตบเธอตายจนคามืออย่างแน่นอน]

[น้องชายอย่าร้องไห้! ปล่อยผู้หญิงสาระเลวคนนั้นไปเถอะ เธอยังมีพี่สาวที่สวยงามและแสนดีอย่างฉันอยู่]

[ฮึๆ! ชั้นบนฉันว่าเธอค่อนข้างจะหลงตัวเองมากเกินไปหน่อยนะ ]

ข้อความในห้องถ่ายทอดสดยังคงถูกส่งออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ตัวของกงหมิงเฟยที่กำลังก้มหน้าอยู่กลับไม่ได้พูดอะไรออกมา?

หลังจากนั้นประมาณสามถึงสี่นาที กลุ่มแฟนคลับในห้องถ่ายทอดสดก็สังเกตเห็น พฤติกรรมที่แปลกประหลาดของกงหมิงเฟย!

หลายคนรู้สึกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา? ทำไมเขาถึงก้มหน้างุดๆ อยู่อย่างนั้น? นายกำลังนั่งนับนิ้วมือเพื่อคำนวณโชคชะตาราศีอยู่หรือไงกัน?

และหลังจากนั้นไม่นานเมื่อกงหมิงเฟย เงยหน้าขึ้นมา ดวงตาของเขาแดงก่ำ เขาหายใจเข้าลึกๆอยู่หลายครั้งแล้วพูดว่า: “พี่ชาย! ผมขอแต่งเพลงจากประสบการณ์เรื่องนี้ของพี่ชายจะได้ไหมครับ?”

ในตอนแรกแฟนๆในห้องถ่ายทอดสดหลายคนอยากจะแซวเขา แต่เมื่อเห็นดวงตาที่แดงก่ำและได้ยินคำพูดที่จริงจังของกงหมิงเฟย พวกเขาก็ไม่กล้าที่ส่งข้อความล้อเล่นใดๆออกมา!

ชายหนุ่มที่เล่าเรื่องยังคงเงียบเสียงอยู่นาน แต่หลังจากที่กงหมิงเฟยถามซ้ำๆ อีกสองสามครั้ง อีกฝ่ายก็ฮึมฮัมออกมาเบาๆ ด้วยเสียงที่แหบแห้ง ราวกับว่าเขากำลังเหน็ดเหนื่อยและท้อแท้!

กงหมิงเฟย หลับตาและพูดทบทวนบทเพลงออกมาเบาๆ “ความรักมักมีสองด้านเสมอ เปรียบดังแสงและเงา มันสามารถให้ความหวังและกำลังใจหรือทำลายล้างคนคนหนึ่งได้ไปพร้อมๆกัน!”

“พี่ชายได้โปรดให้เวลากับผม 10 นาที แล้วผมจะมอบบทเพลงที่เหมาะสมให้กับคุณ!”

ทักษะการผลิตดนตรีการประกอบเนื้อเพลงเบื้องต้น เริ่มได้เลย!

………..

จบบท

คะแนน 4.2
กรุณารอสักครู่...